วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

1. การเสริฟ SERVICE

ลูกเสริฟ คือ หัวใจข้อที่ 1 ที่นักกีฬาจะต้องฝึก เพราะ การเสริฟนั้น นักกีฬาทุกคนจะต้องได้นำไปใช้ในเกมส์การแข่งขัน และเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขัน และการมีลูกเสริฟที่ดี จะนำมาซึ่งการได้คะแนนทันที หรือได้เปรียบคู่แข่งขันติดตามมา

ทีนี้เรามาศึกษากันก่อนว่า ลูกเสริฟที่ดี ต้องฝึกให้มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?

1. ต้องไม่เสริฟผิดกติกา
ตัวอย่างการเสริฟผิดกติกาได้แก่  มือข้างที่ถือลูกปิงปองก่อนโยนลูกแบมือไม่ถูกต้อง , มือข้างที่ถือลูกปิงปองไม่หยุดนิ่งก่อนโยนลูกปิงปอง , โยนลูกเสริฟไม่ถึง 16 เซ็นติเมตร , โยนลูกเสริฟเข้าไปในโต๊ะปิงปอง , จงใจโยนลูกปิงปองให้เฉียงๆ ไม่เป็นเส้นตรง , จงใจโยนลูกปิงปองให้เกิดความหมุน , ก่อนเสริฟมือข้างที่ถือลูกอยู่ต่ำกว่าโต๊ะปิงปอง หรือ เข้าไปในโต๊ะปิงปอง ,  ตีลูกปิงปองในขณะที่ลูกปิงปองกำลังลอยขึ้น ,  ขณะที่โยนลูกปิงปองขึ้นไปในอากาศ มือข้างอิสระที่ไม่ถือไม้ปิงปอง หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย หรือ เสื้อผ้า บังลูกปิงปองอยู่ , โยนลูกปิงปองเพื่อจะเสริฟแต่เปลี่ยนใจไม่เสริฟ ฯลฯ
เฉพาะแค่เรื่องกติกาก็ทำให้เราปวดหัวแล้ว เพราะฉะนั้นนักกีฬาจะต้องระวังอย่าให้ตัวเองเสริฟผิดกติกา เพราะ หากผิดกติกา ผู้ตัดสินอาจจะขานให้เราเป็นฝ่ายเสียคะแนนให้กับคู่ต่อสู้ไปฟรีๆ ทันที ทำให้เกิดความหงุดหงิดกรรมการในขณะทำการแข่งขัน  หรือโชคดีหน่อย กรรมการอาจจะแค่ขาน LET ให้เสริฟใหม่ ก็ได้ ถือเป็นโชคดีไป   ดังนั้นเราจึงต้องรู้ตัวเอง และหมั่นฝึกเสริฟให้ถูกกติกาไว้ จะเป็นการดีที่สุดครับ  

2. ต้องฝึกเสริฟลูกปิงปองให้หมุนที่สุด.....ให้เป็น
ในการฝึกเสริฟลูกนั้น นักกีฬาจะต้องฝึกเสริฟลูกให้หมุนที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพราะลูกเสริฟที่มีความหมุนสูง จะสามารถบังคับทิศทางให้ผู้ที่รับลูกเสริฟรับลูกมายังตำแหน่งที่เราต้องการได้  รวมถึงลูกเสริฟที่มีความหมุนสูง อาจจะทำให้คู่ต่อสู้รับลูกเสริฟเสียไปเองก็ได้   เมื่อเราสามารถเสริฟลูกหมุนได้แล้ว การที่เสริฟลูกให้หมุนน้อยลงย่อมทำได้ง่าย  ซึ่งในการเสริฟนั้น ลูกเสริฟที่ดีต้องคาดเดาความหมุนของลูกปิงปองได้ยาก ดังนั้นเราจึงต้องฝึกเสริฟให้หมุนที่สุดให้ได้เสียก่อน เพราะการเสริฟลูกให้มีความหมุนน้อยนั้น ทำได้ง่ายกว่าการเสริฟลูกให้มีความหมุนมากๆ
3. เสริฟให้เลียดเน็ตที่สุด
เพราะหากเสริฟสูง หรือ เสริฟโด่ง  หากไปเล่นกับผู้เล่นระดับสูง จะถูกบุกด้วยลูก ท๊อปสปินในโต๊ะ (Half long) หรือ ถูกเขี่ย (FLIP) ให้เสียหลักหรือหลงทางเสียจังหวะทันที

ฝีกการเสริฟให้เลียดเน็ตด้วยการหาเชือกมาขึงให้ตึง แล้วหัดเสริฟลูกให้ลอดผ่านระหว่างเชิอกกับเน็ต


4. เสริฟใฟ้ลงบนตำแหน่งต่างๆ บนโต๊ะได้อย่างแม่นยำ
หลังจากที่เราเสริฟลูกได้เลียดเน็ตแล้ว ยังจะต้องเสริฟลงบนโต๊ะฝั่งตรงข้ามได้อย่างแม่นยำอีกด้วย  ซึ่งมีวิธีการเสริฟที่สำคัญแบ่งออกเป็น 3 แบบ ดังนี้
4.1  เสริฟลูกสั้น
ลูกเสริฟสั้น คือ การที่เสริฟลูกออกไปแล้วลูกกระดอนอยู่ในโต๊ะของคู่ต่อสู้ โดยกระดอนตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป    ซึ่งมีวิธีฝึกดังนี้ คือ  เสริฟให้ลูกตกลงบนฝั่งของเรา ให้ใกล้เน็ตปิงปองให้มากที่สุด

ข้อดีสำหรับการเสริฟลูกสั้น คือ
1. การป้องกันไม่ให้คู่ต่อสู้บุกตั้งแต่ไม้แรกทันที
2. เพื่อหาจังหวะบุกในไม้ต่อไป ในกรณีที่คู่ต่อสู้ไม่รู้วิธีการรับลูกเสริฟ หรือ วางลูกเสริฟกลับมาได้ไม่ดี


4.2  เสริฟลูกพุ่งยาว
เสริฟลูกยาว คือ การเสริฟลูกให้พุ่งออกนอกโต๊ะปิงปอง   โดยลูกจะต้องหมุนและพุ่งด้วยความรวดเร็ว จึงจะถือว่าเป็นลูกเสริฟที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้คู่ต่อสู้รับกลับมาได้ลำบากยิ่งขึ้น


ข้อดีสำหรับการเสริฟลูกยาว คือ
1. ไว้ใช้ในจังหวะที่คู่ต่อสู้เผลอ หรือ ไม่ทันระวังตัว
2. หากคู่ต่อสู้ไม่รู้วิธีการรับลูกเสริฟที่พุ่งมายาวๆ จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายเสริฟได้บุกในลูกต่อไปทันที



4.3  เสริฟให้ตกลงบนขอบโต๊ะปิงปองพอดี
หมายถึง การเสริฟให้ลูกปิงปองมีจุดตกอยู่ประมาณ ขอบของโต๊ะปิงปองพอดิบพอดี
 
ข้อดีสำหรับการเสริฟลูกปิงปองให้ตกลงปลายโต๊ะพอดี คือ
1. จะทำให้คู่ต่อสู้ตัดสินใจยาก หรือ ลังเล ว่าจะใช้วิธีการรับลูกเสริฟด้วยวิธีใด
2.  เป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายเสริฟได้เปรียบ กรณีที่คู่ต่อสู้รับลูกเสริฟได้ไม่ดี กลับมา


เคล็ดลับด้านลูกเสริฟต่างๆ 
กลยุทธในการเสริฟเมื่อต้องนำไปใช้ในการแข่งขันที่สำคัญ ซึ่งนักกีฬาระดับโลกใช้กันนั้น  เท่าที่สังเกตุเห็น มีกลยุทธที่สำคัญๆ ที่นักกีฬาเราควรจะนำไปทดลองฝึกซ้อม เพื่อให้เกิดความชำนาญ และเป็นกลยุทธให้กับตนเอง มีข้อแนะนำดังนี้
1.  ตั้งใจเสริฟให้ได้คะแนนจากลูกเสริฟ (ผู้ต่อสู้รับเสียไปเอง)
2.  เสริฟบังคับให้คู่ต่อรับลูกเสริฟมาในตำแหน่งที่เราต้องการ
3.  ในเกมส์การแข่งขันที่เราเป็นต่อมาก หรือ คู่ต่อสู้อ่อนกว่าเรามาก  เสริฟอย่างไรก็ได้  แต่ยังคงต้องเน้นประสิทธิภาพ ทั้งความหมุน และ สร้างความสับสนในความหมุน ตำแหน่งที่ลูกตก  เพื่อทำให้ต่อสู้ลำบากในการรับลูกเสริฟมากขึ้น
4.  ในเกมส์การแข่งขันที่คู่แข่งขันมีฝีมือสูสีกับเรา หรือ เป็นต่อเรา  พยายามเสริฟให้เป็นลูกสั้นตลอดทั้งเกมส์ 70-80% ขึ้นไป  เพื่อกดดันให้คู่ต่อสู้ไม่บุกโจมตีเราตั้งแต่ไม้แรก รวมถึงดึงให้คู่ต่อสู้มาเล่นในกลยุทธ์ที่ถนัดของเรา หรือ การวางแผนของเรา หรือ พยายามให้คู่ต่อสู้มาอยู่ในเกมส์ที่เป็นจุดอ่อนของเขาเอง
เหตุผลเสริม  กรณีเราไปแข่งขันกับคนเก่งกว่า มีฝีมือเหนือกว่าเรามาก  เสริฟไปอย่างไร เขาก็มีวิธีการรับได้หมดเพราะเขาถูกฝีกซ้อมมาแล้วอย่างดี ยิ่งจะทำให้กลับกลายเป็นฝ่ายเสริฟเป็นฝ่ายเสียเปรียบไป เพราะคู่แข่งขันมีวิธีการรับกลับมาที่หลากหลาย  เราจึงวางกลยุทธ์ให้คู่ต่อสู้ มีวิธีรับลูกเสริฟกลับมาด้วยวิธีที่น้อยวิธีลง  ลองดูคลิ๊ปการแข่งขันของนักกีฬาระดับโลกใน youtube.com เลือกดูที่เป็นเกมส์การแข่งขันตลอดทั้งเกมส์ แล้ววิเคราะห์ดูนะครับ 
5.  ในการแข่งขันประเภทคู่  ในกรณีเจอคู่แข่งขันที่สูสี หรือ เป็นต่อมากๆ พยายามเสริฟด้วยลูกสั้นตลอดทั้งเกมส์ 90% ขึ้นไป  เพราะการเล่นประเภทคู่จะเสริฟด้านโฟร์แฮนด์ และ ผู้รับก็จะให้ด้านโฟร์แฮนด์ รับลูกเสริฟด้วย เช่นกัน  หากเสริฟยาวพ้นออกโต๊ะ ก็จะเจอการบุกจากคู่ต่อสู้ทันที

ตัวอย่าง....กลยุทธ์ในการสร้างความหลากลายในลูกเสริฟ (โดยที่ไม่ได้จงใจทำให้ผิดกติกา)  เพื่อให้เกิดความสับสนต่อคู่แข่งขัน  เช่น.....
1. สร้างความสับสนในความหมุนของลูกเสริฟที่หลากหลายความหมุน เช่น ความหมุนแบบ back spin บ้าง , side spin บ้าง , top spin บ้าง , mix spin บ้าง หรือ เสริฟโดยไม่มีความหมุนเลย ก็ได้  โดยจะต้องให้ถูกต้องตามกติกา มิใช่การใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายช่วยบังลูกเสริฟ
2.  สร้างความสับสนในเวลาขณะตั้งท่าเสริฟ แล้วค่อยเสริฟ  ยกตัวอย่างเช่น  การเสริฟตั้งท่าเสริฟช้าบ้าง เร็วบ้าง  หรือ  ตั้งท่าเสริฟช้ามาตลอด แต่เวลาขณะสำคัญๆ กลับตั้งท่าแล้วเสริฟทันที   หรือ ตั้งท่าเสริฟเร็วมาตลอด แต่บางจังหวะสำคัญๆ กลับตั้งท่าเสริฟช้ากว่าปกติ
3.  สร้างความสับสนในความสูงของการโยนลูกเสริฟ  ยกตัวอย่างเช่น  ปกติโยนลูกเสริฟลูกกว่าศรีษะมาตลอด  แต่บางครั้งบางจังหวะกลับโยนลูกเสริฟต่ำๆ แต่ไม่ผิดกติกาทันที
4.  การเก็ํบลูกเสริฟทีเด็ดเอาออกมาใช้ในจังหวะที่สำคัญๆ โดยตลอดทั้งเกมส์ลูกเสริฟดังกล่าว ไม่ได้ถูกนำออกมาใช้มาก่อนเลย  ก็สามารถทำให้คู่ต่อสู้หวั่นไหว และ สับสนได้เช่นกัน

ประสิทธิภาพในการเล่นปิงปอง

ด้านร่างกาย 
เป็นกีฬาที่ใช้ทุกส่วนของร่างกายในการเคลื่อนไหว  ใช้ปฏิกริยาตอบสนองที่รวดเร็ว  สายตาต้องดี  มีการคาดการณ์ล่วงหน้า 

ด้านทักษะที่เกี่ยวข้องกับกีฬาโดยตรง
กีฬาปิงปองเกี่ยวข้องกับความหมุนของลูกปิงปอง , เกี่ยวข้องกับความเร็ว , เกี่ยวข้องกับความแน่นอนในการการเล่น และเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนพลิกแพลงต่างๆ 
ซึ่งสรุปออกมาเป็นแผนภาพรวมดังนี้


ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปหลังจากที่นักกีฬามีความชำนาญในเบสิคต่างๆ มาแล้ว   จะต้องปรับเปลี่ยนให้มาเน้นในการฝึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตนเอง โดยการฝึกเบสิคต่างๆ ต่อจากนี้ ให้เน้นประสิทธิภาพด้านต่างๆ ข้างต้นเพิ่มขึ้นให้เต็มศักยภาพของตนเองให้ได้มากที่สุด  และเมื่อค้นพบว่าตนเองมีข้อบกพร่องประการใดอยู่ ให้เน้นฝึกซ้อมข้อบกพร่องนั้นให้เพิ่มขึ้นกว่าปกติครับ 

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

การฟุตเวิรค

แบบที่ 1

ฟุตเวิร์คแบบที่ 1 นี้  ใช้สำหรับการก้าวเท้าสั้น เข้าไปตีลูกสั้นที่เด้งอยู่ในโต๊ะ  เช่น การเข้าไปตีลูกตัด , ลูกเขี่ย ฯลฯ

วิธีฝึก
1.  ลูกปิงปองตกลงจุดไหน ในโต๊ะปิงปอง
2.  ใช้เท้าข้างเดียวกับมือข้างที่จับไม้ปิงปอง  ก้าวไปยังจุดที่ลูกตก แล้วค่อยตีลูกออกไป

แบบที่ 2

ฟุ๊ตเวิร์คลักษณะแบบนี้ จะใช้สำหรับในการเคลื่อนที่ตีลูกปิงปองในแนวด้านข้าง มากลางโต๊ะ  หรือ ตีด้านข้างโฟร์แฮนด์ และ แบ๊คแฮนด์
การฝึกฟุ๊ตเวิร์ค มีความจำเป็นเป็นอย่างอย่าง นักกีฬาและผู้ฝึกสอนจะต้องฝึกให้ครบทุกแบบนะครับ  เพราะกีฬาปิงปองไม่ได้ใช้แต่เพียงแขนหรือลำตัวด้านบนในการตีลูกปิงปอง  ยังต้องใช้ลำตัวส่วนล่างลงไป ในการขยับขาเพื่อเข้าไปตีลูกปิงปองทั่วทั้งโต๊ะ ทั้งในโต๊ะและยังมีนอกโต๊ะอีกด้วย

แบบที่ 3

แบบฝึกสำหรับฝึกฟุ๊ตเวิร์คนี้ คิดค้นโดยอดีตแชมป์โลกของประเทศสวีเดน Stallan Bengson ซึ่งฝึกซ้อมอยู่ที่สโมสรในเมือง Falkenberg ประเทศสวิเดน เลยตั้งชื่อแบบฝึกซ้อมนี้ว่า Falkenberg Step ครับ และเป็นแบบฝึกที่เป็นที่นิยมใช้ในการฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาปิงปองโดยเฉพาะ.......

วิธีฝึก
ผู้ป้อน  ตีลูกไปด้านแบ๊คแฮนด์ 2 ครั้ง ตามด้วยด้านโฟร์แฮนด์ 1 ครั้ง  สลับไปเรื่อยๆ
ผู้ฝึก 
ลูกที่ 1  ใช้แบ๊คแฮนด์ ตี
ลูกที่ 2  ฉากตัวใช้โฟร์แฮนด์ ตี
ลูกที่ 3  ก้าวขา ใช้โฟร์แฮนด์ ตี

แบบที่ 4

การฝึกเบสิคฟุ๊ตเวิร์คแบบไขว้ขา  ฝึกเอาไว้ใช้ในสถานะการณ์ที่ลูกปิงปองอยู่ห่างตัวมาก การใช้ฟุ๊ตเวิร์คแบบธรรมดาจะก้าวขาไปไม่ถึงหรือไม่ทัน  จึงต้องใช้วิธีการไขว้ขาเพื่อให้ไปตีลูกปิงปองได้ทัน
จะเห็นได้ว่า กีฬาปิงปองไม่ได้ฝึกแต่มือที่ใช้ตีปิงปองแต่ประการใด  ถึงแม้จะดูเหมือนเล่นแค่บนโต๊ะเล็กๆ พื้นที่ แค่ 5 ฟุต X 9 ฟุต  มันไม่น่าจะเล่นยาก  มือยาว ก็น่าจะได้เปรียบคู่ต่อสู้แล้ว  แต่ในความเป็นจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่
เพราะกีฬาปิงปองเป็นกีฬาที่เร็วมาก ลูกปิงปองมีขนาดเล็กที่สุด มีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 4 ซ.ม. แถมยังมีความหมุนรอบตัวได้ทุกทิศทุกทางอีก  และเคลื่อนที่จากโต๊ะอีกฝั่งหนึ่ง ไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ใช้เวลาไม่ถึง 1 วินาที !!!  ดังนั้น นอกจากสายตา , การสั่งการ , มือ , และเท้า ที่ใช้ในการเคลื่อนไหว จะต้องสัมพันธ์กันทั้งหมด   แต่ถ้า ตาเห็น มือไป แต่ขาไม่ก้าว ก็จะไม่สามารถเล่นปิงปองได้ หรือเล่นได้ แต่หากจะเล่นเพื่อความเป็นเลิศแล้ว ก็คงจะไปได้ไม่ไกลในระดับโลกอย่างแน่นอน
ดังนั้น ต่อจากนี้ไป....ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เสียทีว่า  กีฬาปิงปอง ไม่ได้ใช้แต่เพียงมือจับไม้ปิงปองแล้วตีลูกปิงปอง แต่บนโต๊ะปิงปองเท่านั้น  เพราะที่ผ่านมานักกีฬาไทยเรา ร้อยละ 80 มีปัญหาด้านฟุ๊ตเวิร์คทั้งหมด  ซึ่งวิธีปรับเปลี่ยนเพื่อยกระดับการเล่นปิงปองของประเทศไทยเราให้สูงขึ้น จะต้องเน้นการฝึกซ้อมด้านฟุ๊ตเวิร์คให้มากขึ้น แบบฝึกทุกแบบฝึกจะต้องมีการออกแบบให้นักกีฬาจะต้องใช้เท้าในการเคลื่อนไหวอยู่ด้วยตลอดเวลา  และเมื่อฝึกควบคู่กันเช่นนี้จนเป็นนิสัย จนเกิดเป็นความชำนาญ  เมื่อนั้นทุกการเคลื่อนไหว ก็จะกลายเป็นการกระทำที่เป็นอัตโนมัติ มีการสั่งการทันทีที่สายตาได้เห็น  และก็จะทำให้การเล่นปิงปองของคุณ เป็นเรื่องง่ายดายไปในทันที  

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558

การตีแบ็คแฮนด์

เบสิคการตีลูกด้วยด้านแบ๊คแฮนด์นี้  นักกีฬามีความจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนให้เกิดความชำนาญเช่นกัน  เพราะหากเบสิคต่างๆ ทำได้ไม่ดี ล้วนแต่ผลถึงการเล่นของเราในอนาคตข้างหน้าทั้งสิ้น   ซึ่งวิธีการตี ลักษณะท่าทางการตี  ลองศึกษาจากคลิ๊ปข้างบนนี้ได้ครับ 

จังหวะการตีลูก
เริ่มฝึกจากตีลูกจังหวะ C  ตามด้วยจังหวะ B และจังหวะ A ตามลำดับ  ขอย้ำนะครับว่า  จังหวะต่างๆ เหล่านี้ นักกีฬาจำเป็นต้องฝึกตีให้ได้ เพราะจะส่งผลถึงการเล่นที่ได้เปรียบกว่าการตีลูกได้เพียงจังหวะเดียว


ลักษณะสัมผัสของหน้าไม้กับลูกปิงปอง
ให้หน้าไม้สัมผัสถูกลูก ในลักษณะตีเต็มลูก


เป้าหมายในการฝึก
กำหนดเป็นจำนวนครั้งในการตีแต่ละลูก  โดยตีให้ได้โดยไม่เสียเอง  หากเสียเริ่มนับ 1 ใหม่  เช่นกัน

การถ่ายน้ำหนักตัว (สำคัญมาก)
สำหรับผู้เล่นมือขวา  
1. ในจังหวะที่เหวี่ยงวงสวิงไปด้านข้าง เพื่อเตรียมจะตีลูก   ให้ถ่ายน้ำหนักตัวทั้งหมด ไปไว้ที่เท้าซ้าย
2. ในจังหวะที่เหวี่ยงวงสวิงเข้าไปเพื่อตีลูกปิงปอง  ให้ถ่ายน้ำหนักตัวทั้งหมด ไปไว้ที่เท้าขวา
สำหรับผู้เล่นมือซ้าย ให้ทำตรงกันข้าม

เคล็ดลับ  หลังจากที่นักกีฬาเริ่มฝึกไปสักระยะหนึ่งแล้ว  และเริ่มมีท่าทางการตีถูกต้อง , วงสวิงเริ่มสวย , จังหวะการตีลูกทำได้ทุกจังหวะ , ตึลูกต่อเนื่องได้นาน  ให้เริ่มเสริม "การจับด้ามไม้ให้แน่นขึ้น (เฉพาะในจังหวะที่ลูกปิงปองกระทบหน้าไม้ เท่านั้น  จังหวะอื่นจับไม้แบบปกติ) "  ให้กับนักกีฬา  เคล็ดลับนี้จะทำให้นักกีฬาตีลูกได้รุนแรงขึ้นต่อไปในอนาคต

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2558

การตีโฟร์แฮนด์

 เบสิคการตีลูกปิงปองให้วิ่งออกไปแบบธรรมดาๆ ลูกนี้ เป็นเบสิคขั้นต้นที่นักกีฬาจะต้องเริ่มฝึกฝนกันทุกคน  ลักษณะท่าทาง , วงแขนการตี ให้ดูจากวิดีโอข้างต้นเป็นตัวอย่าง  

จังหวะการตีลูกปิงปอง
สำหรับจังหวะการตีลูกปิงปองนั้น  ให้เริ่มต้นจากการฝึกตีจังหวะช้า (C) ก่อน เมื่อชำนาญแล้วจึงค่อยปรับไปตีจังหวะที่ลูกกระดอนสูงสุด(B) และเมื่อชำนาญตีลูกจังหวะนี้แล้ว  ก็ปรับให้ตีจังหวะเร็ว (A) ตามลำดับ  รวมถึงเมื่อนักกีฬาตีได้ทุกจังหวะแล้ว  ผู้ฝึกสอนสามารถสร้างแบบฝึกให้นักกีฬาตีลูกจังหวะต่างๆ สลับกันได้ เช่น จังหวะ A 1 ครั้ง จังหวะ C 1 ครับ สลับกันไปเรื่อยๆ ก็ได้  ฯลฯ


ลักษณะสัมผัสของหน้าไม้กับลูกปิงปอง
ให้หน้าไม้สัมผัสถูกลูก ในลักษณะตีเต็มลูก

เป้าหมายการฝึก
ให้กำหนดเป้าหมายเป็นจำนวนครั้ง  โดยตีให้นานที่สุด โดยตีให้เสียเองยากที่สุด หากตีเสียให้เริ่มต้นใหม่   เช่น  ตีให้ได้ 100 ครั้ง , 150 ครั้ง , 200 ครั้ง ขึ้นไป

 


การถ่ายน้ำหนักตัว (สำคัญมาก)
สำหรับผู้เล่นมือขวา  
1. ในจังหวะที่เหวี่ยงวงสวิงไปด้านข้าง เพื่อเตรียมจะตีลูก   ให้ถ่ายน้ำหนักตัวทั้งหมด ไปไว้ที่เท้าขวา
2. ในจังหวะที่เหวี่ยงวงสวิงเข้าไปเพื่อตีลูกปิงปอง  ให้ถ่ายน้ำหนักตัวทั้งหมด ไปไว้ที่เท้าซ้าย
สำหรับผู้เล่นมือซ้าย ให้ทำตรงกันข้าม

เคล็ดลับ  หลังจากที่นักกีฬาเริ่มฝึกไปสักระยะหนึ่งแล้ว  และเริ่มมีท่าทางการตีถูกต้อง , วงสวิงเริ่มสวย , จังหวะการตีลูกทำได้ทุกจังหวะ , ตึลูกต่อเนื่องได้นาน  ให้เริ่มเสริม "การจับด้ามไม้ให้แน่นขึ้น (เฉพาะในจังหวะที่ลูกปิงปองกระทบหน้าไม้ เท่านั้น  จังหวะอื่นจับไม้แบบปกติ) "  ให้กับนักกีฬา  เคล็ดลับนี้จะทำให้นักกีฬาตีลูกได้รุนแรงขึ้นต่อไปในอนาคต

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

การตี Top Spin

TOPSPIN ในเทเบิลเทนนิสเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ถ้าคุณต้องการที่จะควบคุม จุด, การตั้งค่าภาพที่มีประสิทธิภาพและใช้ยิงห่วง TOPSPIN ทำให้ลูกที่จะลดลงเร็วกว่านั้นจะมีแรงโน้มถ่วงเพียงทำหน้าที่เกี่ยวกับมัน นี่คือวิธีที่คุณสามารถกำหนด TOPSPIN ไปยังลูกปิงปอง 
1 มุมมองพายเรือไปข้างหน้า จุดใบหน้าของใบพัดที่โต๊ะ นี้จะช่วยให้คุณสามารถใช้สปินไปด้านบนของลูกและทำให้ลูกหมุนตั้งฉากกับตาราง 

2 ลิฟท์และผลักดันในขณะที่คุณตีลูก การใช้สปินเป็นส่วนที่ยุ่งยากเพราะคุณยังคงต้องรับลูกผ่านเน็ต หากคุณกำลังให้บริการโยนลูกและตีมันไปข้างหน้าในขณะเคลื่อนย้ายแขนของคุณ เพิ่มขึ้นเป็นลูกจะลดลง ถ้าคุณกำลังใช้ TOPSPIN เพื่อกลับไปยิงฝ่ายตรงข้าม, ปล่อยให้ลูกมาให้คุณและนัดหยุดงานในขณะที่ยกแขนของคุณจะนำไปใช้ TOPSPIN มันง่ายที่จะหักโหมในครั้งแรกซึ่งจะทำให้ลูกบอลที่ตีออกสุทธิเพื่อให้การ ปฏิบัติใช้ในปริมาณที่เหมาะสมของการหมุน 

3 มุ่งมั่นที่จะกินหญ้าด้านบนของลูก นี้จะช่วยให้คุณใช้ในปริมาณที่เหมาะสมของการหมุนในขณะที่การบรรลุผลตอบแทน ที่ดี หากคุณตีลูกด้วยแรงโดยตรงมากเกินไปมันจะหล่นเร็วเกินไป โปรดใช้ความระมัดระวัง แต่ไม่พลาดลูกทั้งหมด 

4 จะเตรียมไว้สำหรับการส่งกลับ TOPSPIN จะทำให้ลูกที่จะตีกลับได้อย่างรวดเร็วในด้านของฝ่ายตรงข้ามของตารางและการ เพิ่มขึ้นของเขาออกไปพายเรือ อุดมคตินี้หมายถึงฝ่ายตรงข้ามจะตียาวและคุณชนะจุดที่ ความเป็นไปได้ก็คือการที่ลูกจะมาในระดับสูงในด้านของคุณเพื่อให้คุณสามารถตี ชน 

คำแนะนำ : 

กลเม็ดเด็ดพรายเป็นกุญแจสำคัญที่จะต้องใช้ TOPSPIN หากคุณตีลูกยากเกินไปที่คุณจะต้องหมุนเพื่อเอื้ออำนวยมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ ได้ผลลัพธ์เดียวกัน ให้ยิง TOPSPIN การตั้งค่าการยิงที่แข็งแกร่ง




 วิธีการเรียนรู้(HOW):วิธี การเล่นปงปองให้สนุกนั้น ต้องมีพื้นฐานการเล่นลูกโต้ก่อน เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการเล่นลูกอื่นๆที่ยากขึ้น เช่น ลูกท็อปสปิน(Top spin) ลูกตบ เป็นต้น โดยพื้นฐานแล้วจะต้องหัดเล่นลูกโต้ก่อนนะครับถึงจะสามารถเล่นลูกที่ยากๆกัน

การเล่นลูกโต้ด้านโฟร์แฮนด์:ให้ ไม้ปิงปองตั้งฉากกับพื้นในแนวนอน ข้อศอกชี้ลงพื้น ขาข้างที่มือถนัดอยู่ด้านหลัง จากนั้นก็กวาดแขนจากข้างลำตัวเข้ามาหาตัว ให้เบี่ยงร่างกายตามด้วย
การเล่นลูกโต้ด้านแบ็คแฮนด์:ให้ ไม้ปิงปองตั้งฉากกับพื้นในแนวนอน แขนขนานกับพื้น ขาข้างที่มือถนัดอยู่ด้านหน้า แล้วกวาดแขนออกจากลำตัวเหมือน กับว่ากำลังดึงแขนออก ให้เบี่ยงร้างกายตามด้วย 


โดยพื้นฐานที่สำคัญคือการเคลื่อนที่ของขา ที่เรียกกันว่า ฟุตเวิร์ค(Foot Work) ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ในการฝึกฝน เพื่อให้ได้จังหวะการเคลื่อนที่ที่เหมาะสมตามสรีระร่างกายของแต่ละคน
ผลการเรียนรู้(Outcome):ช่วย ให้เล่นปิงปองได้สนุกมากขึ้น หลังจากได้ฝึกพื้นฐานเหล่านี้โดยพยามตีโต้ผนังให้ได้ร้อยครั้งขึ้นไป  เสริมสร้างความดล่องแคล้วของร่างกาย สร้างการตัดสินใจที่รวดเร็ว และสุขภาพแข็งแรง
ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ (reflection) จาก ที่ได้ฝึกฝนทำให้ข้าพเจ้าประสบผลสำเร็จด้านการเรียนมากขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจได้มากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการเคลื่อนที่ มากขึ้น เป็นการสร้างสมาธิที่ดี และเป็นการสร้างมิตรภาพอีกด้วย

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

นักปิงปองมือใหม่หรือคนที่ตีปิงปองไม่เป็นพอจับไม้ปิงปองมักชอบตีแบ็คแฮนด์มากกว่าโฟร์แฮนด์ เพราะสามารถมองเห็นลูกที่ตีในจังหวะกระทบไม้ด้านหน้าของตัวได้ชัดเจน แต่พอฝึกตีโฟร์แฮนด์เป็นสามารถตีได้คล่องขึ้นกลับกลายตีแบ็คแฮนด์ไม่ค่อยเป็นเสียแล้ว รู้สึกว่าตีแบ็คแฮนด์ยากกว่า ตีได้ไม่ถนัด และตีด้วยข้อมือไม่ได้แรงเท่ากับการตีโฟร์แฮนด์ จนทำให้ละเลยไม่อยากฝึกตีแบ็คแฮนด์ กลายเป็นจุดอ่อนสำคัญของแทบทุกคน
 bkhandDrive
Backhand Drive หมายถึง การตีด้านแบ็คแฮนด์ทำให้ลูกที่ตีกลับไปหมุนแบบ topspin หรือใช้สำหรับตีโต้กลับ (counterhit) ถ้าตั้งท่าตีให้ถูกต้องจะพบว่าการตีแบ็คแฮนด์ทำได้ง่ายกว่าตีโฟร์แฮนด์เสียอีก
  • ก้มต้วพับเอวลงไปด้านหน้า ให้ลำตัวส่วนบนโน้มลงโดยกระดูกสันหลังยังคงเป็นเส้นตรง จะเกิดช่องว่างช่วงหน้าลำตัวสำหรับใช้เหวี่ยงแขน
  • งอแขนระหว่างแขนท่อนบนและแขนท่อนล่างให้เป็นมุมฉาก (ห้ามยืดหรือเหยียดแขนตรง)
  • ใช้หัวไหล่เป็นจุดหมุนแขนท่อนบน
  • ยื่นข้อศอกไปด้านหน้าและชี้ลง อย่าแนบติดลำตัวเป็นอันขาด
  • ใช้ข้อศอกเป็นจุดหมุนแขนท่อนล่าง
  • หากต้องการใช้ข้อมือ ให้สบัดตามแขนท่อนล่าง (การฝึกระยะแรกยังไม่ควรฝึกใช้ข้อมือเพราะการใช้ข้อมือสบัดไม้จะทำให้ความแม่นยำลดลง และหากสบัดข้อมือเร็วไปขณะที่แขนท่อนล่างยังเหวี่ยงได้ความเร็วไม่สูงสุด จะตีได้แรงไม่เต็มที่)
วิธีอัดแรง
  1. ถ่ายน้ำหนักจากขาขวามาลงขาซ้าย และหมุนสะโพกซ้ายตามเพียงเล็กน้อย
  2. อัดแรงที่หัวไหล่โดยหมุนหัวไหล่ให้แขนท่อนบนและข้อศอกเข้ามาใกล้หน้าท้องบริเวณหน้าสะดือ
  3. หมุนแขนท่อนล่างมาด้านหลังบริเวณเหนือหัวเข่าซ้ายโดยใช้ข้อศอกเป็นจุดหมุน
  4. ปล่อยให้ข้อมือพับไปข้างหลังตามแรงเหวี่ยงของแขนท่อนล่างเป็นการอัดแรงที่ข้อมือเอาไว้ และในขณะเดียวกันให้หมุนแขนท่อนล่างตามแกนยาวใช้สำหรับควบคุมมุมของหน้าไม้ปล่อยแรงจากขาซ้ายไปขาขวาแล้วหมุนสะโพกตาม
วิธีปล่อยแรง
    1. ปล่อยแรงที่หัวไหล่ โดยเหวี่ยงหัวไหล่เพียงเล็กน้อยเพื่อผลักแขนท่อนบนให้เหวี่ยงจากซ้ายไปขวา
    2. ปล่อยแรงที่ข้อศอก เพื่อเหวี่ยงแขนท่อนล่างจากซ้ายหลังไปข้างหน้าตามทิศทางที่ต้องการส่งลูกโดยใช้ข้อศอกเป็นจุดศูนย์กลาง ส่งแรงให้ท่อนแขนล่างยืดออกจากมุมฉาก
    3. ปล่อยแรงที่ข้อมือ เพื่อสบัดข้อมือให้หน้ายางปั่นลูกให้หมุนหรือกระแทกลูก และในขณะเดียวกันให้หมุนแขนท่อนล่างตามแกนยาวเพื่อสบัดหน้าไม้ปิดคว่ำลงตามทิศทางของการตีลูก (ให้ควบคุมมุมของลำตัวให้ก้มไว้ในมุมเดิมตลอดการตี อย่าหงายหลังหรือเหยียดลำตัวขึ้นเป็นอันขาดเพราะจะทำให้มุมหน้าไม้ไม่คงที่)
    4. ท่อนแขนยืดออกไปหยุดอยู่หน้าลำตัวบริเวณหน้าเท้าขวากลับสู่ท่าเตรียมพร้อมตีลูกต่อไป
    หมายเหตุ วิธีอัดแรงและปล่อยแรงข้างต้น ตำแหน่งที่ไม้กระทบลูกอยู่ประมาณกลางสะดือค่อนไปทางซ้ายเล็กน้อย วิธีนี้ต้องเสียเวลาในการเหวี่ยงไม้เพื่อสร้างแรงและสามารถปั่นลูกให้หมุน อีกวิธีหนึ่งที่ทำได้เร็ว แรง แต่ปั่นลูกให้หมุนได้น้อยกว่า ในการอัดแรงและปล่อยแรงมีลักษณะเหมือนกับการต่อยหมัดแย้บ โดยใช้หัวไหล่ดันข้อศอกมาข้างหลังข้างลำตัวด้านขวาเพื่ออัดแรง แล้วปล่อยแรงออกไปตรงๆกระทบลูกบริเวณด้านขวาของลำตัว